สารบัญ

กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาควรใช้อย่างไรให้ตอบโจทย์

 

นอกจากการลงทุนในทรัพย์สิน เงินทอง การศึกษาก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่คุณไม่ควรพลาดที่จะลงทุนเพราะสามารถช่วยต่อยอดให้คุณเดินไปสู่ก้าวต่อ ๆ ไปของชีวิตได้ง่ายดายขึ้น แต่แน่นอนว่าการศึกษานั้นต้องอาศัยเงินลงทุนไม่ต่างจากการลงทุนแบบอื่น และเมื่อสภาพคล่องของทุกคนไม่เท่ากันจึงเกิดกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาขึ้นมา สำหรับใครที่กำลังสนใจกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา 2022อยู่ไม่ว่าจะเพื่อตัวเอง คนใกล้ตัว หรือบุตรหลานลองมาเก็บข้อมูลเหล่านี้จากเราไปใช้บอกเลยว่าคุณจะเข้าใจการกู้เงินเรียน 2565มากขึ้นอย่างแน่นอน

 

กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาคืออะไร

 

สำหรับกยศ. ย่อมาจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา นั้นเป็นกองทุนที่ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการศึกษาและเพิ่มความคล่องตัวในเรื่องของค่าครองชีพให้มากขึ้น โดยทางกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาจะให้ทั้งนักเรียนและนักศึกษาสามารถลงทะเบียนกู้เงินเรียนได้ และยังให้กู้ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการครองชีพอีกด้วย ในระหว่างที่ทำการกู้เงินเรียนนั้นทางเงินกู้เพื่อการศึกษาจะไม่คิดดอกเบี้ย แต่มีกำหนดสัญญาว่าจะต้องเริ่มชำระหนี้คืนให้กับกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาเมื่อจบการศึกษาแล้วนั่นเอง

การกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษานั้นไม่ได้หมายความว่าคนกู้จะต้องยากจนเพียงอย่างเดียว แต่การขอกู้นั้นมีส่วนช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้กับทั้งผู้อุปการะรวมทั้งนักเรียนและนักศึกษาเองก็เช่นเดียวกัน การรู้ว่าจะมีเงินก้อนไหนเข้าและออกในช่วงเวลาไหนบ้างสามารถทำให้วางแผนบริหารจัดงานเงินได้ดีขึ้น และกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาทำให้หลาย ๆ คนสามารถเรียนต่อปริญญาตรีได้ด้วยตัวเองกันเลยทีเดียว

 

ใครบ้างที่สามารถกู้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาได้

 

ถ้าใครที่กำลังวางแผนเกี่ยวกับการศึกษาอยู่ล่ะก็ลองมาดูคุณสมบัติของคนที่จะสามารถยื่นลงทะเบียน กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษากันได้ก่อนดีกว่าว่าต้องเข้าข่ายไหนบ้างถึงจะสามารถกู้เงินเรียนได้

  • นักเรียนและนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

การจะถูกจัดให้อยู่ในประเภทของนักเรียนและนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษานั้นครอบครัวจะต้องมีรายได้ไม่เกิน 360,000 บาทต่อปีหรือเฉลี่ยให้เห็นภาพชัดขึ้นเป็น 30,000 บาทต่อเดือนนั่นเอง

  • นักเรียนและนักศึกษาในสาขาที่เป็นที่ต้องการหลัก

นักเรียนและนักศึกษาที่จบในสาขาเหล่านี้จะมีส่วนช่วยพัฒนาประเทศในส่วนที่ขาดแคลนได้ ซึ่งในแต่ละปีจะมีการกำหนดสาขาวิชาที่ต้องการเอาไว้อย่างในปี 2022 หรือ 2565ก็มีเช่นเดียวกันสามารถติดตามกันได้ที่ คุณสมบัติของผู้กู้ยืมเงิน กยศ. กันได้เลย

  • นักเรียนและนักศึกษาในสาขาวิชาที่ขาดแคลน สามารถที่จะยื่นกู้เงินเรียนได้
  • นักเรียนและนักศึกษาที่ผลการเรียนดีเป็นเลิศ จะได้รับการเข้าพิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดช่วยเพิ่มโอกาสต่อยอดให้ได้ศึกษาในแนวทางที่สนใจได้

 

ใครที่ไม่มีสิทธิ์ในการกู้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา

นอกจากคุณสมบัติที่สามารถกู้กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาได้แล้วก็ยังมีคุณสมบัติที่ไม่สามารถกู้ได้มาฝากให้คุณได้ลองตรวจสอบกันก่อนเพื่อจะได้เข้าใจหลักการกู้เงินเรียนกันให้มากขึ้น

  • คนที่เคยจบปริญญาตรีมาแล้วและต้องการเรียนต่อปริญญาตรีนั้นอาจไม่สามารถกู้เงินกู้เพื่อการศึกษาได้ ยกเว้นจะเข้าข่ายคุณสมบัติเฉพาะบางอย่างเท่านั้น
  • เป็นคนที่ทำงานรับเงินเดือนหรือค่าจ้างอยู่ในระบบของรัฐฯ หรือเอกชนแบบเต็มเวลา
  • บุคคลล้มละลาย
  • เคยได้รับโทษจำคุกหรือพิพากษาสูงสุดให้ถูกจำคุก
  • เคยผิดนัดชำระหนี้กับกองทุนจะไม่สามารถกู้เงินเรียนได้จนกว่าจะใช้หนี้ครบ

 

วงเงิน กยศ.ในการศึกษาแต่ละระดับให้กู้เท่าไร

 

การให้กู้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษานั้นมีวงเงิน กยศ. ที่แตกต่างกันไปในแต่ละระดับการศึกษารวมทั้งสาขาวิชา ซึ่งกองทุนเพื่อการศึกษานั้นจะแบ่งออกเป็นค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายโดยจะให้ไม่เกินอัตราที่สถานศึกษาเรียกเก็บ

  • มัธยมศึกษาตอนปลาย ค่าเล่าเรียน 14,000 บาทต่อปี ค่าครองชีพ 21,600 บาทต่อปี
  • ประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือ ปวช. ค่าเล่าเรียน 21,000 บาทต่อปี ค่าครองชีพ 36,000 บาทต่อปี
  • ปวท. ปวส. หรือเทียบเท่า ค่าเล่าเรียน 25,000-60,000 บาทต่อปี ค่าครองชีพ 36,000 บาทต่อปี
  • อนุปริญญา ปริญญาตรี ค่าเล่าเรียน 50,000-200,000 บาทต่อปี ค่าครองชีพ 36,000 บาทต่อปี

 

ขั้นตอนการขอกู้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาทำอย่างไร

 

ในส่วนของการกู้เงินเรียนนั้นมีหลายภาคส่วนเกี่ยวข้องเพื่อกู้กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาสำเร็จ ซึ่งจะประกอบไปด้วย สถานศึกษา ผู้กู้ยืม กองทุน บุคคลที่เกี่ยวข้อง และยังแบ่งออกเป็นผู้กู้ยืมรายใหม่และเก่าอีกด้วย โดยขั้นตอนนั้นจะเริ่มต้นจาก

  1. การเตรียมการให้กู้ยืม ซึ่งทางสถานศึกษาจะเป็นผู้ดำเนินการ
  2. การรายงานสถานภาพการศึกษา โดยสถานศึกษาดำเนินการอีกเช่นเดียวกัน
  3. การยื่นคำขอกู้ยืม ในส่วนนี้ทางนักเรียนและนักศึกษาที่ขอกู้จะต้องดำเนินการร่วมกับสถานศึกษา
  4. ขั้นตอนอนุมัติการขอกู้จะเป็นทางกองทุนพิจารณาและแจ้งผล
  5. การจัดทำสัญญาเงินกู้เพื่อการศึกษา จะมีสถานศึกษา ผู้กู้ยืม และบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการในส่วนนี้เพื่อทำสัญญาร่วมกัน
  6. การเบิกเงินกู้ยืมและลงนามแบบยืนยัน จะมีสถานศึกษา ผู้กู้ยืม และบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการร่วมกันเพื่อยืนยันการรับเงิน
  7. หากมีการดำเนินการคืนเงินจะเป็นในส่วนของสถานศึกษาจัดการดำเนินการให้

การทำการกู้เงินเรียนนั้นจะต้องทำในทุกภาคการศึกษา ซึ่งจะมีปฏิทินการดำเนินการเตรียมเอาไว้ให้คนที่ต้องการกู้เงินเรียนได้ดำเนินการตาม

 

การใช้หนี้ กยศ.ต้องทำอย่างไรบ้าง

 

การเริ่มการใช้หนี้ กยศ. นั้นจะเริ่มหลังจากที่คุณสำเร็จการศึกษาตามระดับการศึกษาที่ทำการยื่นขอกู้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา และมีขั้นตอนของการชำระหนี้ดังนี้

  1. ในช่วงเวลาที่คุณกำลังศึกษาอยู่นั้นกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาจะไม่มีการคิดดอกเบี้ย แต่หลังจากคุณจบแล้สจะมีการคิดดอกเบี้ยที่ร้อยละ 1 ต่อปี และมีกำหนดว่าต้องชำระหนี้ให้ครบทั้งหมดในเวลา 15 ปี
  2. การใช้หนี้ กยศ. งวดแรกต้องชำระภายในวันที่ 5 กรกฎาคม เพราะเป็นระยะครบเวลาปลอดหนี้
  3. อัตราการผ่อนชำระจะเป็นไปตามที่กองทุนกำหนดซึ่งเป็นจำนวนที่คิดดอกเบี้ยรวมเรียบร้อยแล้ว และทำการการใช้หนี้ กยศ. ทุกวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี
  4. หากมีการผิดการใช้หนี้ กยศ. จะมีค่าปรับ ค่าธรรมเนียม ตามที่ได้ทำสัญญากันเอาไว้ในตอนต้น
  5. ถ้าคุณต้องการใช้หนี้ให้ครบก่อนกำหนดสามารถทำได้ภายใน 2 ปี ซึ่งจะช่วยให้คุณไม่เสียดอกเบี้ย

 

การวางแผนการใช้หนี้ กยศ.

หลังจากเข้าใจขั้นตอนและการใช้หนี้ กยศ. แล้วเราลองมาวางแผนเพื่อให้คุณสามารถใช้หนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมทั้งมีสภาพคล่องทางการเงินไปพร้อมกันเลยดีกว่า

  • เช็คยอคที่คุณต้องชำระทั้งรายเดือนรายปี
    ยอดของการกู้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาทั้งหมดจะคิดดอกเบี้ย 1% โดยในปีแรกไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ซึ่งในส่วนนี้ทางกยศ. เองได้ทำการคำนวณยอดทั้งหมดมาให้คุณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคุณสามารถที่จะตรวจสอบได้เองผ่านทางแอปฯ กยศ. Connect
  • เลือกว่าสะดวกจะจ่ายแบบรายเดือนหรือรายปี
    ถ้าคุณเลือกที่จะจ่ายแบบรายเดือนจะสามารถจัดสรรเงินได้ง่าย แต่คุณจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการใช้หนี้ กยศ. ทุกเดือน
    ส่วนถ้าเลือกที่จะจ่ายกันแบบรายปีคุณจะประหยัดค่าธรรมเนียมต่อเดือนได้ แต่เงินที่จะต้องจ่ายนั้นถือว่าเป็นก้อนใหญ่ คุณต้องวางแผนและแบ่งเงินเอาไว้เพื่อการใช้หนี้ กยศ. โดยเฉพาะ ไม่อย่างนั้นเมื่อผิดนัดอาจต้องเสียดอกเบี้ยสูงถึง 7.5% ต่อปีกันเลยทีเดียว
  • วางแผนรายได้ให้เหมาะสมกับการใช้หนี้ กยศ.
    ในส่วนของการวางแผนนั้นอาจแตกต่างกันไปตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน อย่างเช่น การหักเงินเดือนทันที หรือถ้าคุณทำงานในองค์กรของรัฐจะสามารถแจ้งสถานะแล้วหักเงินเดือนชำระคืนกองทุนแบบอัตโนมัติได้
  • หากใช้หนี้ไม่ไหวให้รีบเจรจา
    เรื่องไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ อย่าปล่อยให้หนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาออกดอกไปมากกว่าที่ควร หากคุณมีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 8,000 บาท หรือเกิดประสบภัยต่าง ๆ กะทันหันสามารถผ่อนผันการชำระหนี้ได้โดยไม่เสียดอกเบี้ยและค่าปรับ

 

สถิติข้อมูลกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา

 

จากสถิติล่าสุดในกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาปี 2565 นั้นมีผู้อยู่ในระหว่างการชำระหนี้ทั้งหมด 57% ของกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาซึ่งเป็นจำนวน 3,521,858 ราย อยู่ในช่วงปลอดหนี้ 17% หรือ 1,060,259 ราย ชำระหนี้เสร็จสิ้นไปแล้ว 25%  หรือ 1,565,712 ราย และเสียชีวิต ทุพพลภาพ 1% จำนวน 67,332 ราย ซึ่งสัดส่วนของผู้ขอกู้ทั้งหมดตอนนี้รวมอยู่ที่ 6,215,161 ราย

โดยหากคุณทำการกู้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาแล้วไม่ชำระหนี้จะถูกปรับพร้อมทั้งดำเนินคดีฟ้องร้องขึ้นได้ และแน่นอนว่าจะส่งผลถึงผู้ค้ำประกันซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นครูอาจารย์ในสภานศึกษาเหล่านั้น รวมทั้งส่งผลถึงยอดกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาโดยรวมที่อาจทำให้ผู้กู้รายใหม่เข้าถึงสิทธิ์ในการเรียนได้น้อยลง

 

ข้อดีของการกู้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา

 

  • มาพร้อมดอกเบี้ยที่ต่ำ
    จำนวนเงินในการให้กู้ยืมนั้นรวมแล้วถือว่าเป็นจำนวนไม่น้อยแต่สามารถได้รับดอกเบี้ยเพียง 1% ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำมาก พร้อมทั้งยังเป็นดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ยิ่งจ่ายต้นคืนเยอะเท่าไรก็ยิ่งลดดอกเบี้ยลงไปได้มากเท่านั้น
  • เปิดโอกาสในคนที่ต้องการศึกษาไม่ว่าจะเป็นระดับไหนรวมทั้งเรียนต่อปริญญาตรีได้ศึกษาตามที่ตั้งใจ และนำประสบการณ์ความรู้ไปต่อยอดสร้างรายได้ในอนาคตได้

 

ข้อเสียของการกู้กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

  • การยื่นขอเริ่มยากขึ้นเนื่องจากการผิดชำระหนี้ของผู้กู้รายเก่า
  • มีขั้นตอนการดำเนินการหลายขั้นตอน ซับซ้อน รวมทั้งต้องผ่านการร่วมมือจากหลายฝ่าย

 

ขอกู้เพื่อการศึกษาที่อื่นแทนกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาได้หรือไม่

เนื่องจากเงื่อนไขพร้อมทั้งการอนุมัติกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษานั้นอาจไม่สามารถตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการของผู้กู้ทุกคน จึงทำให้มีสินเชื่อเพื่อการศึกษาของภาคเอกชนออกมาให้คุณสามารถทำการกู้เงินเรียนเพื่อศึกษาต่อกันได้ โดยในปัจจุบันมีสินเชื่อเหล่านี้ออกมาให้เลือกหลากหลายทั้งการเรียนในระดับปริญญาตรี โท เอก รวมทั้งการไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ สินเชื่อเหล่านี้มีส่วนช่วยผลักดันให้คุณได้เจอกับโอกาสและประสบการณ์ที่คุ้มค่าและเป็นการลงทุนที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

 

แหล่งเงินกู้เพื่อการศึกษาเพื่อการศึกษาอื่น ๆ

เมื่อได้รู้จักกับกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษากันไปแล้วแต่รู้ว่าคุณสมบัติของคุณอาจยังไม่สามารถทำการกู้กองทุนเพื่อการศึกษาได้เราลองมาดูดีกว่าว่านอกจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาแล้วมีที่ไหนให้คุณสามารถกู้เงินเรียนได้บ้าง

  • สินเชื่อเพื่อการศึกษาในประเทศ ธนาคารกรุงไทย

 

คุณสามารถเพิ่มโอกาสทางการศึกษาได้ไม่ว่าจะเป็นเรียนต่อปริญญาตรีหรือระดับไหนก็สามารถกู้ได้สูงสุดมากถึง 10 ปี ช่วยให้คุณไม่ต้องสะดุดกับค่าใช้จ่าย และยังช่วยเหลือผู้ปกครองที่อยากลงทุนเพื่อการศึกษาให้กับบุตรหลานสามารถขอกู้ได้ตั้งแต่ระดับอนุบาล และกู้ได้ทั้งหมดตามค่าใช้จ่ายจริง

โดยจะมีการแบ่งการคิดดอกเบี้ยออกเป็น แบบมีเงินฝากเป็นประกันจ่ายดอกเบี้ยเงินฝาก 2% ต่อปี หรือหากใช้หลักทรัพย์จำนองเป็นประกันในการกู้จะได้ดอกเบี้ย 0.75% ต่อปี และสุดท้ายหากใช้บุคคลค้ำประกันในการกู้จะได้รับดอกเบี้ย 3% ต่อปี ซึ่งหลักสูตรที่ต่อการศึกษาต่อนั้นรวมถึงหลักสูตรแบบ International และ English Program อีกด้วย

 

  • สินเชื่อเพื่อการศึกษาและรักษาพยาบาล ธนาคารไทยพาณิชย์

คุณสามารถทำการสมัครกู้เงินเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ของ SCB Easy กันได้เลย และยังสามารถขอกู้ได้แบบไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน วงเงินของสินเชื่อนี้จะอยู่ที่ 20,000-2,000,000 บาท โดยจะสามารถกู้ได้ตามเอกสารค่าใช้จ่าย และเมื่อผ่านการพิจารณาทางธนาคารจะโอนเงินเข้าสู่บัญชีของคุณโดยตรง และคุณเริ่มดำเนินการผ่อนได้นานสูงสุด 60 เดือน

 

  • สินเชื่อเพื่อการศึกษา ธนาคารออมสิน

 

ออมสินให้คุณสามารถเรียนก่อนผ่อนทีหลังได้ เป็นการกู้เงินเรียนได้ตั้งแต่เรียนต่อปริญญาตรีไปจนถึงปริญญาเอก และยังช่วยให้คุณเรียนได้อย่างสบายใจมากขึ้นด้วยการปลอดการชำระต้นในช่วงที่กำลังเรียนอยู่ และเมื่อเรียนจบจึงเริ่มผ่อนคล้ายกับกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ดอกเบี้ยนั้นจะคิดคุณแบบลดต้นลดดอกถือว่ามีความใกล้เคียงกับกยศ. มากแต่ให้ทุนในระดับการศึกษาที่สูงกว่า ซึ่งดอกเบี้ยของธนาคารออมสินในสินเชื่อประเภทนี้นั้นอยู่ที่ 0.75%-1.25% โดยจะแตกต่างกันไปตามเงื่อนของการยื่นกู้ว่าคุณมีหลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกันหรือไม่นั่นเอง

 

กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษานั้นช่วยอะไรคุณได้บ้าง

ถ้าในตอนนี้คุณคือนักเรียนและนักศึกษา ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ที่ต้องการให้หรือได้โอกาสทางการศึกษากันอยู่บอกเลยว่ากองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นทางเลือกที่ดีและคุ้มค่า เพราะทางรัฐบาลนั้นตั้งใจปล่อยกองทุนเหล่านี้มาเป็นเวลายาวนานเพิ่มช่วยเพิ่มโอกาสในการศึกษาลดข้อจำกัดในเรื่องของค่าใช้จ่ายระหว่างเรียนทำให้คนมีการศึกษาเป็นพื้นฐานในการสร้างรายได้กันต่อไป

ทั้งในส่วนของดอกเบี้ยและการใช้หนี้ กยศ.ถือว่ายุติธรรมและเหมาะสม คุณยังสามารถเจรจาขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้หากเกิดปัญหาติดขัดทางการเงิน ดังนั้นถ้าคุณกำลังมองหาช่องทางเงินทุนเพื่อการเรียนกันอยู่ล่ะก็กองทุนเพื่อการศึกษาหรือ กยศ. เป็นตัวเลือกที่คุณไม่ควรพลาด